ถึงเวลาของ NEW MAZDA CX-8 พรีเมี่ยมครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ ด้วยดีไซน์หรู ล้ำสมัยกับเทคโนโลยีใหม่เต็มอัตรา ตอบทุกโจทย์ความต้องการของครอบครัว


ข่าวทั้งหมด : ��������������������������������������������������������������� / ถึงเวลาของ NEW MAZDA CX-8 พรีเมี่ยมครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ ด้วยดีไซน์หรู ล้ำสมัยกับเทคโนโลยีใหม่เต็มอัตรา ตอบทุกโจทย์ความต้องการของครอบครัว

ถึงเวลาของ NEW MAZDA CX-8 พรีเมี่ยมครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ ด้วยดีไซน์หรู ล้ำสมัยกับเทคโนโลยีใหม่เต็มอัตรา ตอบทุกโจทย์ความต้องการของครอบครัว


หลังจากเจนเนอเรชั่นแรกเข้าทำตลาดในช่วงพฤศจิกายนปี 2562  MAZDA CX-8 ก็ปรับปรุงมาจนถึงตอนนี้ เป็นเวอร์ชั่นที่ 3 แล้ว การขยับตัวสู่ตลาดพรีเมี่ยมครอสโอเวอร์ของไทย ถือว่าสำเร็จด้วยดี เพราะรับความนิยมไปแบบได้น้ำได้เนื้อพอสมควร มาถึงเวอร์ชั่นล่าสุด จึงขยับให้เข้าแนวทาง ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น จะเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ ที่น่าประทับใจคันหนึ่งจากแดนปลาดิบ


NEW MAZDA CX-8 รถครอสโอเวอร์อเนกประสงค์สุดหรู กับจุดแข็งเบาะนั่งหรูหราแบบ 3 แถว มาพร้อมแนวคิด “THE PRECIOUS MOMENTS TOGETHER” ให้ทุกช่วงเวลามีคุณค่าร่วมกัน ปรับโฉมใหม่ให้หรูหรามากยิ่งขึ้น ใส่อุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจนล้นคัน เรียกว่าคุ้มค่า คุ้มราคา เพราะเอาจริงๆ Option อุปกรณ์เพิ่มเติมและรายละเอียดที่ประณีตยิ่งขึ้น กับการขยับราคาเพิ่มขึ้นแค่ 2 หมื่นบาท แบบนี้เรียกว่ากะทุบ ๕แข่งในเซกเม้นท์ใกล้เคียง ให้หงายเงิบ เอาว่ามาสด้าออกสู่ตลาดหนนี้ เจ้าตลาดที่ว่าแน่ๆ ถึงกับสะอึกกับราคาและสารพัดของแน่นๆ ที่เติมเต็มมา ยกระดับความมั่นใจ ให้ลูกค้าไปอีกระดับกับการดูแลแบบไม่มีค่าใช้จ่ายตลอด 5 ปี พร้อมประกาศว่า จะก้าวสู่การเป็นผู้นำ ตลาดรถอเนกประสงค์ในไทยให้ได้ทีเดียว


เริ่มต้นที่ความหรูหรากับ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 19 นิ้ว เพิ่มอุปกรณ์ความสะดวกสบายเต็มคัน ครั้งแรกกับระบบ MRCC แบบ Stop & Go อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี เบาะนั่งแถวที่สอง แบบ Captain seat ปรับไฟฟ้า (Power captain seats (6-Seat)) พร้อมคอนโซลกลาง ใส่เทคโนโลยีเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

และครั้งแรกกับสีภายนอกใหม่ สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ และสีเทา โพลี เมทัล เกรย์ มีให้เลือกถึง 5 รุ่นย่อย ด้วยราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท แถมมากับ ข้อเสนอสุดคุ้มในช่วงเปิดตัว ดอกเบี้ยต่ำสุด 1.99% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance และฟรีค่าแรง ค่าไหล่ สำหรับเช็คระยะ หรือ Mazda Care 5 ปี


ประธานบริหาร มร. ทาดาชิ มิอุระ แห่งบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รถครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ MAZDA CX-8 เป็นหนึ่งในรถรุ่นเรือธงของมาสด้า โดยเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2562 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหารถที่ให้ความสะดวกสบาย โดยถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถ ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมแบบ 3 แถว ที่ดีที่สุดในตลาด ที่สำคัญคือพัฒนาขึ้นบนโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์นั่ง ต่อมาในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาได้ทำการปรับปรุงเพิ่มเติม ด้วยการเสริมเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ครบครันยิ่งขึ้น และเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น กับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 ที่นั่ง Exclusive เบาะนั่งแบบ Captain seat ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้มาสด้า CX-8 ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปี แต่รถรุ่นนี้ก็ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว จนถึงปัจจุบัน อยู่ในการครอบครองของลูกค้าชาวไทยแล้วมากกว่า 4,349 คัน


การเปิดตัวในวันนี้ นับเป็นรุ่นที่ 3 เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับรถในตระกูล CX-Series ทำให้รถรุ่นนี้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าครอบครัวมากยิ่งขึ้น

การปรับเปลี่ยนมากขึ้นกว่าเดิมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น NEW MAZDA CX-8 เน้นความเรียบง่าย แต่งแบบพอดีๆ บ่งบอกสไตล์พรีเมี่ยม เน้นนำเทคโนโลยีความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่ถูกยกระดับเททียบชั้นรถยุโรประดับหรู มาอย่างเต็มเปี่ยมครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น


อะไรคือคำตอบของ ช่วงเวลาที่มีคุณค่าร่วมกัน NEW MAZDA CX-8 ด้วยความที่เป็น รถครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ ระดับพรีเมี่ยม จึงเน้นดีไซน์ของเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (7-Seat) และแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง (6-Seat) ที่ให้ความภูมิฐาน มองแล้วมีความเป็นรถสำหรับผู้ใหญ่อยู่มากพอสมควร และจะตอบโจทย์ความต้องการ ของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ได้อย่างแท้จริง โดยกลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้ ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าครอบครัวใหญ่ ที่มองหาความสะดวกสบาย การเข้า-ออก หรือขึ้น-ลง สะดวกง่ายดาย ตอบโจทย์การใช้งาน มีพื้นที่กว้างขวาง มีความอเนกประสงค์ตามแบบฉบับรถเอสยูวี ที่ให้มามากกว่ารถยนต์นั่งแบบปรกติ จะให้ได้


หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า เป็นอีกจุดขายที่แน่นอนว่ามักมากับความเป็นรถหรูหรา ราคาแพง ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูง NEW MAZDA CX-8 ได้ถูกยกระดับความสะดวกสบาย เพื่อเติมความสุขให้กับผู้โดยสารทุกคน และมีเทคโนโลยีเชื่อมต่อ Mazda Connect ช่วยให้ไม่พลาดการติดต่อ สามารถอัพเดทข้อมูลข่าวสาร หรือ รับ-ส่ง ข้อความ จากสมาร์ทโฟนผ่านสัญญาณ Bluetooth และเพลิดเพลินไปกับไลฟ์สไตล์ดิจิตอลด้วย Apple CarPlay® แบบไร้สาย และ Android AutoTM ที่เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่แสดงผลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีน ขนาด 8 นิ้ว ควบคุมด้วย Center Commander ที่จัดวางในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ ใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger และ USB สำหรับชาร์จไฟบริเวณเบาะนั่งแถวที่สาม ได้ถูกเพิ่มเข้ามาในรถรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้รถรุ่นนี้ ไม่เพียงแค่เป็นรถที่มอบความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเป็นรถที่ทันสมัยไปอีกขั้น สามารถตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว


NEW MAZDA CX-8 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ทั้งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร (Skyactiv-D 2.2) พร้อมเทอร์โบแปรผัน ให้พละกำลังถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 17.5 กม./ลิตร* และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งยังมีการติดตั้งระบบช่วยป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ Off-Road (Off-Road Traction Assist) เพิ่มเติมในรุ่นที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD เพิ่มความมั่นใจให้ทุกคน ออกไปพบกับประสบการณ์ใหม่ๆ ในทุกเส้นทาง และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.5 ลิตร (Skyactiv-G 2.5) ให้พละกำลังถึง 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันสูงสุด 13.2 กม./ลิตร* และในทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมระบบ ควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีภายใต้ SKYACTIV-Vehicle Dynamics ช่วยควบคุมสมรรถนะ ในการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล โดยเฉพาะในทางโค้งและในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดี เพื่อให้ผู้ขับสัมผัสถึงความรู้สึก เป็นหนึ่งเดียวกันของคนกับรถ อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเพิ่มความสุนทรีย์ ภายในห้องโดยสารด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง


NEW MAZDA CX-8 เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้โดยสาร ในทุกสถานการณ์การขับขี่ ด้วยระบบความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) เช่น ระบบแสดงภาพ 360° รอบทิศทาง พร้อมมุมกล้องในแบบ Top View ผ่านหน้าจอ Center Display ขนาด 8 นิ้ว รวมถึงระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุดและด้านหลัง 4 จุด ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น และแบบปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (Passive Safety) อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย รวม 6 ตำแหน่ง มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม

โดยมีราคาจำหน่ายแต่ละรุ่น ต่างสเปกกันดังนี้


รุ่น 2.5 S SKYACTIV-G 2.5 ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (7-Seat) ราคา 1,549,000

รุ่น 2.5 SP SKYACTIV-G 2.5     ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (7-Seat) ราคา 1,619,000

รุ่น 2.5 SP EXCLUSIVE     SKYACTIV-G 2.5     ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง Captain seat แยกอิสระซ้าย-ขวา ราคา 1,699,000

รุ่น XDL    SKYACTIV-D 2.2     ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (7-Seat) ราคา 1,849,000

รุ่น XDL EXCLUSIVE  SKYACTIV-D 2.2     ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง Captain Seat ปรับไฟฟ้า ราคา 2,199,000


มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี โดยสีใหม่ล่าสุด คือ สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ (Platinum Quartz) และสีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray) , และยังมี สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray) , สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black), สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue) และ สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl) และพิเศษนิดหน่อยกับ สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล เพิ่มราคา 10,000 บาท และสีเทา แมชชีน เกรย์ เพิ่มราคา 15,000 บาท ซึ่งรวมถึง สีแดง โซล เรด คริสตัล เพิ่มราคา 17,000 บาท

อมร วรมาลี / amornthaitelegraph@gmail.com



ขอขอบคุณ : บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

แสดงความคิดเห็น